ใส่ความเห็น

Equipment Rental / Atomos

1003520_704439382916333_549710794_n 562320_708107575882847_766029588_n1. Atomos Ninja 2

+ HDD SATA 500GB (7200 RPM)

+ HDMI

+ Battery Sony N Type 7.4V 2600mAh

+ Battery charger

(price = 2,500 for 1 day, 2,000 for 3 day, 1,500 for 7 day)

2. HDD for Atomos Ninja 2

1002229_666319350061670_1145079674_n

– SSD VERTEX 4 / 512GB

(price = 800 for 1 day, 500 for 3 day,)

738373_678041022222836_332020813_o

– SSD VECTOR  / 128GB

(price = 500 for 1 day, 400 for 3 day,)

– HDD SATA 500GB (7200 RPM)

(price = 400 for 1 day)

3 Battery Sony L Type

(price = 300 for 1 day)

417786_637630456263893_2127194021_n-13. drobo mini 4TB Thunderbolt Storage

(price = 1,200 for 1 day, 1,000 for 3 day, 800 for 7 day)

ใส่ความเห็น

Equipment Rental / Apple

Color1studio เปิดบริการให้เช่าอุปกรณ์สำหรับท่านที่ต้องการใช้งานแบบชั่วคราวครับ


1.  MacBook Pro

spec 13″ 2.0GHz dual-core Intel  processor / Ram 8Gb / HD 500Gb (model 2010)

(price = 1,500 for 1 day, 1,200 for 3 day)

spec 15″ 2.6GHz dual-core Intel Core i5 processor / Ram 16Gb / SSD 512Gb (2x256GB) (model 2012)

(price = 3,500 for 1 day, 3,000 for 3 day, 2,500 for 7 day)

spec 17″ 2.6GHz dual-core Intel processor / Ram 8Gb / HD 500 Gb (model 2009)

(price = 1,500 for 1 day, 1,200 for 3 day)

2. iMac model 2012

spec 21.5″ 2.5GHz quad-core Intel Core i5 / Ram 16Gb / HD 500 Gb

(price = 2,000 for 1 day, 1,500 for 3 day)

spec 21.5″ 2.5GHz quad-core Intel Core i5 / Ram 32Gb / HD 500 Gb

(price = 2,500 for 1 day, 2,000 for 3 day, 1,500 for 7 day)

spec 27″    3.1GHz quad-core Intel Core i5 / Ram   32Gb / HD 3 Tb Fusion Drive

(price = 3,500 for 1 day, 3,000 for 3 day, 2,500 for 7 day)

3. Mac Mini (model 2012)

spec 2.5GHz quad-core Intel Core i5 / Ram  16Gb / HD 500 Gb

Monitor HP 23″ (Full HD)

(price = 1,200 /day)

spec 2.5GHz quad-core Intel Core i5 / Ram  16Gb / HD 500 Gb

Monitor Dual Display PHILIPS 23″ IPS (Full HD)

(price = 1,500 for 1 day, 1,200 for 3 day, 1,000 for 7 day)

mac-pro

4. Mac Pro (model 2012)

spec 3.2 GHz Quad-Core Intel Xeon / Ram 32Gb / HDD 1TB

Monitor Apple Display  27″

(price = 3,000 for 1 day, 2,500 for 3 day, 2,000 for 7 day)

mac-pro davinci-resolve-10 b800i-hero

5. Mac Pro (model 2012)

spec 3.2 GHz Quad-Core Intel Xeon / Ram 32Gb / HDD 1TB

Monitor Apple Display  27″

+ DaVinci Resolve 10

+ drobo SAN Storage

(price = 4,000 for 1 day, 3,000 for 3 day, 2,500 for 7 day)

417786_637630456263893_2127194021_n-1

6. drobo mini 4TB Thunderbolt Storage

(price = 1,200 for 1 day, 1,000 for 3 day, 800 for 7 day)

Remark : All Model Include Original license Software

– Adobe CS 6 (design premium or production premium)

– Apple Final Cut Studio 3

– Apple Final Cut X

– Capture One Pro 6

– 2 TB Raid External HDD (for Render)

– 1 TB (for Backup)

– สามารถนำงานมาทำที่ office ได้เลยพร้อม External HD สำหรับ back up งาน

Camera

Body Canon EOS 550D

(price = 800 /day)

Lens Tamron 17-50mm f/2.8 VC

(price = 500 /day)

Sony HandyCam XR520E HDD240Gb

(price = 800 /day)

Canon HF S200 E (SD Card)

(price = 800 /day)

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 085-834-9472

ใส่ความเห็น

อบรม Final Cut Pro X

อบรม Final Cut Pro X วัตถุประสงค์ : เนื่องจากการขยายตัวของงานด้าน Digital TV และงานตัดต่อ VDO ทาง Color1Studio  ได้จัดอบรมเพื่อเสริมความรู้สำหรับผู้ที่สนใจทำงานในด้าน VDO Production หรืองานด้านตัดต่อ พร้อมทั้งหาบุคลากรที่มีความสามารถป้อนให้กับลูกค้าที่ติดต่อมา โดยวิทยากรที่ทำงานทางด้าน TV โดยตรง รายละเอียดการอบรม : เรียน ทุกวันอาทิตย์ 3 วัน วันละ 6 ชั่วโมง

สัปดาห์ที่ 1 Basic & How to

– เรียนรู้การทำงานกับเครื่อง Mac และระบบปฎิบัติการ Mac OSX

– เรียนรู้ระบบและอินเตอร์เฟสของโปรแกรม Final Cut Pro X

– เรียนรู้การทำงานของโปรแกรม การตั้งค่าเบื้องต้นให้เหมาะสมกับการทำงานระหว่างเครื่องกับโปรแกรมและระบบ Storage

– ทำความรู้จัก Work Flow ของโปรแกรม Final Cut Pro X ทำความรู้จักกับเครื่องมือต่างๆ

– เรียนรู้กับการใช้โปรแกรม Final Cut Pro X ในการตัดต่อเบื้องต้น การ Import งาน, การเลือกใช้ไฟล์กับโปรแกรมอย่างมีประสิทธิภาพ

สัปดาห์ที่ 2 Advance & Output

– เรียนรู้การทำงานด้วย Compound Clip, การทำงานกับ Multi Camera

– เรียนรู้การปรับสีด้วย Color Borad บนโปรแกรม Final Cut Pro X รวมถึงการ Color Greading บนโปรแกรม Final Cut Pro X

– เรียนรู้ Effect ต่างๆ, Template ต่างๆ ที่ใช้บ่อยๆ , Plug in ต่างๆ

– เรียนรู้การปรับตั้งค่าและแก้ไขเสียงเบื้องต้นบนโปรแกรม Final Cut Pro X

– เทคนิคการทำงานบนโปรแกรม Final Cut Pro X เล็กๆน้อยๆ

– การ Output งานของไปใช้งานในรูปแบบต่างๆ

สัปดาห์ที่ 3 Workshop & Finish

– Work Shop เล็กๆ น้อยๆ เกี่ยวกับการใช้ Green Screen

– เรียนรู้การ Key ต่างๆบนโปรแกรม Final Cut Pro X

– เรียนรู้การทำงานของโปรแกรม Motion ที่ทำงานร่วมกันกับโปรแกรม Final Cut Pro X

– เรียนรู้การ Output ด้วยโปรแกรม Compresser ที่ทำงานร่วมกับโปรแกรม Final Cut Pro X

– สรุปการอบรม

หมายเหตุ : ทางผู้อบรมอาจมีการปรับเปลี่ยนลำดับและเนื้อหาให้เหมาะสมกับตัวผู้อบรบในคลาสนั้นๆ ตามความเหมาะสม

ค่าอารม 15,000 บาท โปรโมชั่น สำหรับท่านที่ลงทะเบียนล่วงหน้า รับสิทธิ์รับ Final Cut Pro X (แชร์ License)

สอบถามรายละเอียดได้ที่ 085-834-9472

10395173_1019135138113421_649264770476340277_n

21 ความเห็น

อบรม Final Cut Studio 3 กับ อ.กฤษดา อยู่ดี

อบรม Final Cut Studio 3

วัตถุประสงค์

เนื่องจาก การขยายตัวของงานด้าน Digital TV และงานตัดต่อ VDO ทาง Color1Studio จึงร่วมกับ อ.กฤษดา อยู่ดี กูรูด้านโปรแกรมตัดต่อ VDO จัดอบรมขึ้น เพื่อส่งเสริมความรู้สำหรับผู้ที่สนใจทำงานในด้าน VDO Production หรืองานด้านตัดต่อ พร้อมทั้งหาบุคลากรที่มีความสามารถป้อนให้กับลูกค้าที่ติดต่อมา

รายละเอียดการอบรม
เรียน ทุกวันอาทิตย์ 5 วัน วันละ 7 ชั่วโมง
วิทยากร : อ.กฤษดา อยู่ดี
 
ลักษณะการอบรม
– เรียนตั้งแต่ Basic การทำงานของโปรแกรม
– การทำความรู้จัก file VDO ชนิดต่างๆ
– การตัดต่อ
– การทำ sound
– การ Export File ชนิดต่างๆ ให้เหมาะกับงาน
– เรียนรู้ระบบ วิธีการ set up และวิธีการทำงานให้เต็มประสิทธิภาพ เพื่อลดปัญหาคอขวดในเวลาทำงานจริง
– การทำงานร่วมกับ โปรแกรม Motion และ Color
– ฯลฯ
 
โดยตารางเรียนจะแบ่งเป็น
– เรียนโปรแกรม Final Cut Pro 3 วัน
– เรียนโปรแกรม Motion & Color 2วัน
 
เรียนด้วยเครื่อง  iMac / Mac Book Pro (Ram  32Gb)
 
ค่าอารม 13,000 บาท (นักเรียน นักศึกษา ลด 20%)
โปรโมชั่น สำหรับท่านที่ลงทะเบียน รับสิทธิ์ซื้อ Final Cut Studio (Volume License) ในราคาพิเศษ
พร้อมรับ preset ของ final cut / motion / color อีกกว่า 30 ตัว

สอบถามรายละเอียดได้ที่ 085-834-9472

ใส่ความเห็น

Editor’s Talk (ตอนพิเศษ)

10641170_703279573094849_4642000091998288809_n

ผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง : “ใช้สิ่งที่เรามีอยู่ มีแค่ไหนใช้แค่นั้น”
ผม : ครับ……..

ประโยคนี้ผมจำฝังใจแล้วนำมาปฎิบัติจนทุกวันนี้ มันทำให้ตัวผู้เขียนเองรู้สึกว่าเวลาไปทำงานกับองค์กรณ์ไหนๆ ง่ายๆไปหมด และที่อยู่ปัจจุบันเรียกได้ว่าไม่ต้องไปเรียกร้องขอโน่นนี่นั่นให้เปลืองน้ำลาย อุปกรณ์ ระบบ อะไรค่อนข้างเป็นปัจจุบันและทันสมัย ปัญหามันก็มีบ้างตามเนื้องาน ถ้าเรารู้จักปรับ workflow ของเราให้เข้ากับ workflow ของตัว ละมุนภัณฑ์และกระด้างภัณฑ์ ที่เราครอบครองให้เป็น ปัญหามันจะทุเลาลงครับ
ยุคสมัยนี้ที่ทีวีดิจิตอลกำลังแข่งขันสูง แน่นอนครับการจะยืนอยู่ในสนามแข่งที่คนกับลำรบราฆ่าฟันเหมือนกลาดิเอเตอร์อยู่ ใครมีอาวุธ ชุดเกราะที่ดีย่อมได้เปรียบอยู่นิดนึง นอกนั้นเป็นทักษะของนักรบเอง ใครอยู่ไม่ได้ก็ยอมแพ้ หรือไม่ก็ตายตกไปกันไป
หลายๆที่เริ่มเปลี่ยนเป็นฮาดแวร์ตัวใหม่ แอปพลิเคชั่น ที่รองรับกับ codec ที่ทางสถานีบังคบให้ทำ… แน่นอน Editor ทั้งหลายต้องปรับตัวตามสนามแข่งขันด้วย หากองค์กรณ์บังคับให้คุณใช้อะไร ก้ต้องใช้ตามที่เค้าเอามาให้ครับ โต้เถียงอะไรไปไม่มีประโยชน์ เพราะบางอย่างที่เขาหามาให้ใช้มันอาจจะขัดใจ User สักหน่อยคุณก็ต้องใช้ครับ มันเป็นเรื่องของ”ธุรกิจ”ด้วยครับ มันแข่งกันที่ตัวเลขด้วย ใครถูกกว่า คนนั้นก็ขายได้ง่าย ประสิทธิภาพนั้น เถียงกันจนแก่ก็ไม่จบหรอก… ในเมื่อองค์กรเลือกมาให้(บังคับ)ให้ใช้คุณต้องปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นคุณก็จะถูกเชิญ “ไปทำที่อื่น” นะครับ
ที่พวกๆคุณจะทำได้ก็คือ “เปิดใจ” ยอมรับกับมันนะครับ แล้วคุณจะลืมอดีตเก่าๆ

Cr : https://www.facebook.com/mrcarabao.upakarnitikaset?fref=photo

ใส่ความเห็น

Editor’s talk (ตอนที่ 3) สีสันของชีวิต (1)

10428670_689755151113958_5842090074466640323_n

หลังจากที่ผู้เขียนเรียนจบ ทดลองทำโน่นนั่นนี่ ทำงานนั้นงานนี้มาสักระยะ จนกระทั่งได้เจอกับสิ่งที่ชอบจริงๆ แต่ก็รู้สึกว่าจุดที่ยืนอยู่นั้นมันยังไม่ใช่ที่สิ่งที่รู้สึกว่าใช่จริงๆ ทางผู้เขียนเองก็รู้สึกเคว้งคว้างกับชีวิตในขณะนั้น เลยเดินกลับสู้เส้นทางของอบายมุข อยู่พักนึง… จนพี่ที่ทำงานมูลนิธิโทรมาหาระหว่างที่กำลังดื่มย้อมใจนั้น พี่เค้าบอกถามว่ายังอยากทำรายการโทรทัศน์อีกรึเปล่า…? ตัวผู้เขียนตอบตกลงไปขณะเมาๆ พี่เค้าบอกว่างั้นพรุ่งนี้เดี๋ยวจะพาไปคุยกับคนๆนึง…
วันรุ่งขี้นู้เขียนเองก็ไปตามนัดแบบแฮงค์ๆเพราะเมื่อคืนจัดหนักไปหลายขนาด พี่ตนนี้เค้าพาไปแถวๆลาดพร้าว ที่ๆเค้าไปพาไปคุยนั้น ดูเหมือนเป็นโปรดักชั่นเฮาส์เล็กๆ พี่เค้าบอกว่ามาส่งแค่นี้แหละ คุยกันเองนะ… (อะไรวะ?) แฮงค์ก็แฮงค์ แถมแต่งตัวมาไม่เรียบร้อยด้วย…แถมยังโดนทิ้งอีก และแล้วผู้เขียนก็ถูกเจ้าของบริษัทเรียกเข้าไปคุย… เจ้าของสถานที่แห่งนี้เป็นสุภาพสตรีครับ เป็นพิธีกร นักจัดรายการวิทยุ (เท่าที่รู้ในตอนนั้น) ท่านถามว่าทำงานอะไรมาก่อน ผมก็เลยบอกว่าทำงานที่มูลนิธินั้น (ลืมบอกไปทางเจ้าของท่านนี้ก็เคยดิวงานกับมูลนิธินั้นด้วยครับ) ท่านก็เลยนึกออกว่าผู้เขียนผ่านงานอะไรมาบ้าง สุดท้ายก็โดนจับกรอกใบสมัครซะ แฮงค์ก็แฮงค์ แต่งตัวก้ไม่เรียบร้อยแต่โดนมาสัมภาษณ์งานซะงั้น…หลักฐานอะไรก็ไม่ได้ เตรียมมา มีแต่บัตรประชาชน แถมเรียกเงินเดือนแบบไม่ลังเลด้วย (มาแบบไม่พร้อมและไม่หวงอะไรด้วย) เขียนใบสมัครเสร็จผู้เขียนเองก้ได้สอบถามว่า”ที่นี่ทำอะไรครับ?” ผู้เขียนได้รับคำตอบว่าที่นี่นั้นได้ผลิตรายการป้อนให้ทางสถานีเคเบิ้ลทีวี แห่งหนึ่ง (ซึ่งผู้เขียนในขณะนั้นเองไม่รู้จักโทรทัศน์ดาวเทียม) และคุณเจ้าของก็บอกว่าเดี๋ยวให้ทางฝ่ายบุคคลติดต่อกลับไปนะ…ต้องรอคำตอบ จากเจ้าของอีกท่านนึง ผู้เขียนนึกในใจที่นี่มีฝ่ายบุคคลด้วยหรือ ? เห็นพนักงานอยู่ไม่กี่คน เลยรู้สึกไม่ค่อยมั่นใจอะไรสักเท่าไร (เพราะเคยมีประสบการณ์การสมัครงานแถวๆนี้ แล้วเค้ารับเข้าทำงาน แต่ต้องจ่ายค่าประกัน 25,000 บาท กอนถึงจะเข้าทำงานได้ แต่พอไปสืบแล้ว บ.แห่งนั้นไม่มีตัวตน) แต่ก็แอบหวังเล็กๆว่าจะได้งานทำ อย่างน้อยผุ้ใหญ่ท่านที่ไปคุยด้วยก็ไม่ใช่ของปลอม จนเวลาล่วงเลยไปสักระยะทางบริษัทติดต่อกลับมาว่าตกลงจะรับเข้าทำงาน กรี๊ดแทบลั่นบ้านก็เลยนัดวันที่จะไปทำงาน… วันนั้นลยดื่มฉลองซะหนักหน่วง… เชื่อหรือไม่ว่ามันเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้เสียววูปอีกรอบ…
นั่นก้คือ”เหตุการณ์ไม่สงบทางการเมือง ปี 53” ผู้เขียนเองต้องโทรไปเลื่อนการไปทำงานที่แห่งใหม่ออกไปก่อนจนกว่าจะสงบ เพราะผู้เขียนต้องเดินทางผ่านจุดที่เกิดความไม่สงบหลายจุดมาก กว่าจะไปทำงานวันแรกได้ก็ปลายเดือน พ.ค.
ผู้เขียนได้เดินทางไปทำงานวันแรก ก้ได้ทำความรู้จักกับคนในที่ทำงาน และสถานที่ทำงานแห่งใหม่… ห้องทำงานแห่งใหม่… ผู้เขียนต้องตกตะลึงกับการทำงานวันแรกอย่างมากก็คือ… ผู้เขียนต้องใช้คอมพิวเตอร์ที่เรียกว่า “Power Mac G5” พระเจ้าช่วย…ไม่เคยใช้ mac ตัดงานมาก่อน เคยได้ยินว่าเทพ แต่ไม่เคยแตะ และตัวโปรแกรมที่ใช้ก็คือ Final Cut Pro.. ซึ่งทางผู้เขียนใช้ไม่เป็น ได้สอบถามเพื่อนร่วมงานอีกคนว่า คนเก่าที่เค้าลาออกไปเค้าใช่เรื่องนี้ตัด…(สรุปกรูก้ต้องสืบทอดต่อใช่มั้ย ) ตัวไฟนอลคัตเอง มันดีอยู่อย่างนึงเปิดขึ้นมามันจะมีโปรเจคค้างเอาไว้ เราก็แค่ก๊อปปี้อะไรต่างๆนาๆที่เค้าเคยทำไว้ มาแปะๆบนโปรเจคเรา เรยกว่าลอกๆมาทั้งดุ้นแล้วดูว่ามันทำงานอย่างไร…(ซึ่งจะกล่าวในภายหลัง) ผู้เขียนได้รับมอบหมายงานที่ไม่ค่อยยากสักเท่าไร เพราะรายการเป็นแค่รายการนั่งทอร์ค ใส่ภาพอินเสิทนิดๆหน่อยๆ ก็พอเรียนรู้ได้ว่องไวขึ้น… ดันทุรังทำงานจนเสร็จก็พบ็สิ่งที่น่าตกใจอีกอย่างนึงคือ Power Mac ที่ใช้อยู่นั้นมัน Encode งานตอนเสร็จ เรียกได้ว่านานโครต…งานเบรคเดียวใช้เวลา 6-7 ชม. ซึ่งผคิดว่าอะไรวะแมคที่เขาบอกว่าดีทำไมมันทำงานนานขนาดนี้วะ (จำได้ว่าเคยเห็นที่แมตชิ่งก็ใช้) ? แถมเสร็จแล้วยังต้องเอาไปแปลงเพื่อที่จะเอาไปออกอากาศอีก ผมก็เรียนรู้อีกว่า..เคเบิ้ลทีวีเนี่ยเค้าส่งงานเป็น Mpeg2 แหะ..ไม่ใช่ม้วนเบต้าแบบฟรีทีวี แปลงเสร็จก็ไรท์ใส่แผ่นดีวีดีเอาไปส่งสถานี (เอ้อ..ง่ายดี) ผู้เขียนเองทำงานกับแมคเครื่องนั้นสองเทปก็เลิกใช้ไปด้วยเหตุที่ว่ามันทำงาน นานมาก (ขณะนั้นแมคเริ่มใช้ Intel แล้วล่ะ แต่ผู้เขียนไม่มีความรู้เรื่องแมคเลยในขณะนั้น) เลยต้องขอคอมจากพี่โปรดิวเซอร์ที่เข้าใช้อยู่มาเป็นเครื่องตัด…ถือว่า เริ่มด้นไม่สวยกับไฟนอลคัตโปรสักเท่าไร และก็ต้องกลับไปใช้ PR เหมือนเดิม…
คอมที่ผู้เขียนใช้ในขณะนั้นก้คือ CPU Core2 Duo, Ram 2 GB, HDD 500 GB การ์ดจอดีนิดหน่อย (เล่นเกมส์ Resident Evil 5 ได้ไหลลื่น) ที่นั่นมี PR CS2 ให้ลงก็เลยใช้ ความรู้สึกดีกว่าตอนใช้ CS4 มาก เพราะมันคงแครกได้ดีกว่ามั้ง ? (สมัยนั้นทางผู้เขียนไม่มีความรู้เรื่องโปรแกรมแท้โปรแกรมเทียมสักเท่าไร) ด้วยความรู้เก่าๆ สมัยทำงานโรงพิมพ์บวกกับตอนตัดละคร ก็เลยทำงานแบบฉลุยๆ ปัญหาไม่ค่อยมี…
ยังจำกันได้มั้ยครับ เรื่องการทำงานแบบสะดวกๆที่สุดของการตัดต่อด้วย PR นั่นก็คือ ยัดทุกอย่างอยู่ในโฟลเดอร์เดียวกัน จะทำงานได้ง่ายที่สุด เวลาย้ายเครื่องจะได้ไม่ลำบาก การทำงานบนพีซีของผู้เขียนในช่วงนั้นเลยค่อนข้างเรียบร้อย จัดหมดหมู่ต่างๆในคอมตัวเองอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย อะไรอยู่ตรงไหนหาเจอหมด
เรียกได้ว่าเริ่มคุ้นเคยกับการตัดต่อขึ้นมาอีกระดับหนึ่ง

และสิ่งต่อไปของการทำงานรายการโทรทัศน์ มันไม่ได้จบแค่นี้ครับ มันยังมีปัจจัยอื่นๆให้ผู้เขียนเรียนรู้อีกเยอะแยะ…(ติดตามตอนต่อไป)

Cr : MrCarabao Upakarnitikaset

ใส่ความเห็น

Editor’s Talk (ตอนที่2)

เริ่มต้นกับอาชีพ ช่างตัด…?
หลังจากเกริ่นนำไปในตอนที่แล้วนิดๆหน่อยๆ ผู้เขียนก็ใช้ชีวิตแบบสุดเหวี่ยงหลังเรียนจบ กินเที่ยว ไปเรื่อย… แต่ก็พอมีโอกาสได้จับงานตัดต่อบ้างล่ะ เป็น Job เล็กๆน้อย งูๆปลาๆ ไป… จนกระทั่งทางบ้านบอกว่า หาอะไรทำเป็นหลักเป็นแหล่งได้แล้ว..!!! ใช่ครับเค้าบอกว่าไปหางานประจำทำเสียที เด็กจบใหม่หางานยากครับ ยิ่งไม่มีฝึมือเช่นผู้เขียนยิ่งยากเข้าไปกันใหญ่ ไปสมัครที่ไหนก็เงียบกริ๊บบบ… ก็เลยต้องไปทำงานต๊อกต๋อยๆ แลกเงินเดือนหลักพันไปก่อน ใช่ครับ..ฟังไม่ผิดแน่..เงินเดือน”หลักพัน”ครับ ที่นั่นผมได้เรียนรู้ประสบการณ์ใหม่ๆและทำสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อน พอเป็นประสบการณืชีวิตได้ระดับหนึ่งเลยล่ะ งานที่ว่ามันคือ”โรงพิมพ์”ครับ เรียกได้ว่าทำให้ผมแกร่งขึ้นมาระดับหนึ่งเลยล่ะ แต่ทำได้ปีกว่าๆก็เกิดมรสุมชีวิตอีก “บริษัทปิดกิจการ” หรือเรียกง่ายๆว่า”เจ๊ง”นั่นเองครับ… ช่วงนั้นเคว้งคว้างอยู่หลายเดือน…
จนกระทั่งวันหนึ่งมีผู้ใหญ่ท่านหนึ่งได้เรียกไปคุย และถามผมว่า”อยากทำรายการโทรทัศน์มั้ย?” แทบไม่น่าเชื่อครับผมจะได้ทำงานที่ผมอยากทำที่สุดในชีวิต(ขณะนั้น) เลยตอบตกลงแบบไม่ลังเล…ผู้ใหญ่ท่านนั้นเลยพาผมไปทำงานกับมูลนิธิแห่งหนึ่ง ที่นั่นเค้าทำรายการ”ธรรมะ”ครับ…ฟังไม่ผิดแน่นอนรายการธรรมมะครับ จากการพาไปฝากเนื้อฝากตัวก้ได้ทำงานเลยครับ…”โอ้วแม่เจ้า” แทบไม่น่าเชื่อ…เหมือนขึ้นสวรรค์
แต่ไม่เป้นอย่างที่คิดครับ…มันเฉียดนรกไปนิดเดียว
เชื่อหรือไม่ว่าผู้เขียนเองได้รับงานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดกับการเริ่มต้นอาชีพนี้ครับ มันคือ”ละคร” ครับ เริ่มต้นด้วยการเทรนจากผุ้ที่ทำมาอยู่ก่อนนิดๆหน่อย รื้อฟืนความทรงจำนิดนึง ผมก็ก็ศึกหนักครับคือ…ผมต้องทำโปรเจคที่เหลือนี้เพียงคนเดียวลำพัง เนื่องจากทุกคนในที่ตั้นจะต้องไปออกกองถ่ายตอนที่เหลือให้จบ พร้อมทั้งทิ้งละครไว้ให้หนึ่งตอน ท่ีจะออกอากาศวันเสาร์ทางช่อง 9… พูดไม่ออกครับ ออนแร์ทางฟรีทีวีด้วย ผมต้องเรียนรู้ระบบต่างๆนาๆ รวมไปถึงการส่งเทปไปออนแอร์ด้วย นั่นก็คืออัดลงเทปเบต้า… โอ้วแม่เจ้า ทั้งหมดนี้ผมเรียนรู้ในหนึ่งวันก่อนพวกเขาจะทิ้งผมไว้คนเดียว…(ชีวิตช่างเศร้าเสียเหลือเกิน)
เอาครับ…ไม่ลองไม่รู้ เกิดมาทั้งทีต้องทำให้ถึงที่สุด เริ่มจากเปิดคอมก่อน…คอมพิวเตอร์ที่ผมใช้ในสมัยนั้นคือ HP รุ่นอะไรสักอย่าง CPU core2quad (4 Core) Ram 4 GB HDD 500 GB การ์ดจออะไรจำไม่ได้ ซึ่งถือว่าเร็วระดับหนึ่งในยุคนั้น ส่วนโปรแกรมที่ใช้คือ Adobe PR CS4 ครับ (ล่าสุดในขณะนั้น)…
เริ่มจาก Capture บรรดาฟุตเทจอันมหาศาลก่อน จะบอกว่า”ท้อ”ครับ แม่งเป้นสิบม้วน คิดไปม้วนละชั่วโมง…นั่งแคปเกือบสองวัน เสร็จแล้วต้องนำไปรวมใน Storage ลูกนึง ที่มีความจุด 1TB และเชื่อต่อด้วย FW400… โอ้วมันช่างไฮโซจริงๆ…หลังจากแคปเทปหมด ผมก็บรรจง Import ฟุตทั้งหมดลง Project ครับ อันนี้ไม่ยาก ยากตรงที่ว่าจะเริ่มยังไงดี กับการตัดละคร 1ตอน กับกระดาษที่เขียนบทมาสองสามแผ่น เรียกได้ว่าโครตยากครับ แต่เดี๋ยวก่อน… งานที่ผมจะตัดนั้น มีผู้กำกับมานั่งคุมครับ(ค่อยยังชี่ว) เท่ากับว่าทำจะทำงานง่ายขึ้นเยอะ ผู้กำกับจะบอกว่า ชอตไหน กล้องใคร เอาแค่ไหน หยุดตรงไหน Fade ดำ,โซบ, เอาเสียงขึ้นลง เริ่มยังไง จบยังไง ผมมีหน้าที่ควบคุมเครื่องแค่นั้นครับ…ตัดเสร็จก้โยนไปให้ช่างเสียงทำเสียง..แล้วเอามาประกอบ ทำแบบนี้จนเทปที่สามครับมันเกิดปัญหาใหญ่… เทปที่ตัดเสร็จแล้วมัน Export ไม่ได้ เนื่องจาก PR CS4 นั้น มันไม่มีการ Export ในตัวโปรแกรมมันเอง มันจะโยนไปอีกโปรแกรมนึงครับ คือ Adobe Encoder เท่าที่ทราบมาว่าโปรแกรมที่ใช้อยู่นั้นมันเป็นโปรแกรมผี แถม CS4 ตอนนั้นถือได้ว่าพึ่งออกมาสดๆร้อนๆ คงจะแครกกันไม่สมบูรณ์แน่นอน…ปัญหานี้ผมแก้คนเดียวกับผู้กำกับครับ คือ”ตัดใหม่”ครับ บนเวอร์ชั่น 6.5 เพราะผู้เขียนเองหาได้เก่าสุดแค่นั้นในขณะนั้น และเป็นเวอร์ชั่นที่ผู้เขียนเองคุ้นเคย… ผมผ่านปัญหานั้นมาได้แบบปางตาย…
ยัง ยังไม่จบครับ มีอีกตอนนึงที่ช่างตัดอีกคนเค้าฝาก Export ไว้ แล้วกลับบ้านนอก…หนึ่งสัปดาห์ ใช่ครับมัน Export ไม่ได้ เนื่องจากมันไปค้างที่ Encoder… ชีวิตช่างบัดซบมาก งานจะเอามะรืนนี้แล้ว ตัดใหม่คงไม่ทัน เพราะช่างตัดเค้าตัดได้อลังการมาก ผมไปทำตามคงไม่ได้แน่… การตัดสินใจของผมคือ ย้ายเครื่อง ด้วยการ Copy โปรเจค และไฟล์ทั้งหมดไปยังอีกเครื่อง ซึ่งผมใช่เวลาหลายชั่วโมงมาก ในการถ่ายไฟล์จากอีกเคื่องไปอีกเครื่อง และนั่ง Link ไฟล์ทั้งหมดในโปรเจค สิ่งนี้สอนให้ผมรู้อยู่สองอย่าง คือ
1.เวลาตัดงานโปรเจคๆหนึ่งให้ทำใน Folder เดียวกันหมด เวลาย้ายจะหาอะไรมันจะได้ไม่กระจัดกระจาย
2.โปรแกรมผีไม่ดีต่อชีวิต (จะพูดถึงในตอนต่อๆไป)

ช่วงเวลา 4-5 เดือนที่ผมได้ร่วมงานกับมูลนิธินี้ เรียกได้ว่าทำให้ผมได้เรียนรู้อะไรเยอะมาก ทั้งการจัดการเกี่ยวกับการตัดต่อ เรียนรู้ระบบถ่ายทำ ระบบโพสโปรดักชั่น การสู้รบกับเครื่องเบต้า การโดนฝ่ายเซนเชอร์โทรมาด่าเรื่องเทป ชีวิตช่างตัดแบบอดหลับอดนอน และสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ โปรแกรมตัด นี่แหละครับที่จะทำให้ผมทำมาหากินได้
อยากจะบอกว่า Adobe CS4 นั้นยอดเยี่ยมจริงๆครับในสมัยนั้น ทำงานว่องไว รับไฟล์ได้เยอะกว่าสมัย ที่ใช้ 6.0 มาก การจัดการอะไรต่างๆดีขึ้นกว่าสมัยที่ผมจับ 6.0 มาก…เสียดายที่ผมมีโอกาสอยู่ที่นี่ไม่นานแต่ผมก็ได้อะไรไปเยอะเยอะ จนกระทั่งผมได้มีโอกาสเข้าไปทำงานโทรทัศน์แบบเต็มตัวสักที…วงการนั้นก็คือ……..

(ติดตามต่อ ตอน 3)

Mr.Carabao

1937448_680856512003822_7000424707721778331_n

ใส่ความเห็น

Editor’s Talk (ตอนที่1)

6.0

Editor’s Talk (ตอนที่1) รุ่งอรุณแห่งการตัดต่อ
หลายๆคนเคยคิดกันบ้างหรือเปล่า ? ว่าก่อนที่จะมาเป็น Editor หรือ เจ้าหน้าที่ตัดต่อ (บนบัตรพนักงานนั้น) ตัวเองผ่านอะไรมาบ้าง ? ทำไมถึงมายืนตรงจุดนี้ ? เริ่มต้นมาจากทางไหน ? ทำไมถึงชอบ ?
สำหรับผู้เขียนนั้น…ไม่ได้เรียนมาสายตรงด้วยสายอาชีพนี้… พูดง่ายๆคือ ไม่ได้เรียนนิเทศน์ศาสตร์มานั่นเอง ไม่ได้เรียนรู้ระบบและวิธิการ กระบวนการผลิตรายการโทรทัศน์ นั่นเอง… ตัวผู้เขียนได้จบการศึกษา คณะศิลปกรรมศาสตร์ สาขาการออกแบบนิเทศน์ศิลป์ นั่นเอง จบจากสายนี้ส่วนใหญ่เป็น กราฟิค ดีไซน์เนอร์ กันทั้งนั้น… ตัวผู้เขียนเอง ระหว่างเรียนนั้น ได้ทดลองทำโปรเจคอะไรหลายๆรูปแบบส่งอาจารย์ ด้วยความที่ทางคณะของผู้เขียนเองเปิดกว้าง และเน้นที่กระบวนทางความคิดมากกว่าเน้นที่ผลงาน จึงทำให้นักศึกษานั้นสามารถสร้างผลงานได้หลายรูปแบบ ไม่ได้เน้นที่การออกแบบด้วยกราฟิคเท่านั้น…
ผู้เขียนเองจึงมีโอกาสได้พบกับ “กระบวนการตัดต่อ” ซึ่งสมัยนั้นเอง การตัดต่อแบบปัจุบันนั้น ค่อนข้างลำบากมากกว่าสมัยนี้ กรตัดต่อแบบ นอน-ลิเนีย นั้น ยังเป็นของที่ค่อนข้างใหม่….? การกระทำกระบวนการนี้ บนคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลนั้น ยังกระทำได้ไม่ค่อยเต็มที่แบบสมัยนี้ แม้กระทั้งการประกอบพีซีกากๆมาทำงานส่งอาจารย์ในสมัยนั้น กระมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง (สำหรับนักศึกษาที่แบมือขอเงินจากผู้ปกครอง) ความจุของ HDD สมัยนั้นถือว่าน้อยมาก และค่าใช้จ่ายในจากซื้อความจุต่อ GB ในสมัยนั้นสูงมาก เรียกว่าใครมี HDD 40 GB ในสมัยนั้นคือเยอะมากแล้วล่ะ…
ตัวผู้เขียนนั้น สนใจในงานโฆษณาและภาพยนต์ จึงเริ่มศึกษาและค้นคว้าเรื่องราวที่เกี่ยวข้องนี้ การจะทำงานให้ออกมาและมีเอาไปส่งอาจารณ์นั้น จะต้องทำเองทั้งหมด ตั้งแต่ถ่าย อัดเสียง และตัดต่อ เอาไปส่ง… ผู้เขียนเองได้จับโปรแกรมตัดต่อตัวแรกสุดก็คือ Adobe PR 6 (6 เฉยๆนะครับ ไม่ใช่ CS 6) ซึ่งสมัยนั้นจะเรียนรู้ได้ก็ต้องพึ่งหนังสือคู่มือ จากสำนักพิมพ์ ล่ะครับ..นั่นไม่ใช่ปัญหาซื้อที่ไหนก็ได้ กล้องที่จะเอาไปถ่ายล่ะ ?… ซื้อ..? ไม่ใช่ทางออกที่ดีแน่เพราะกล้อง DV Cam สมัยก่อนเฉี่ยวหกหลักทุกตัวอันนั้นไม่ยากใช้วิธี “ยืม” จบ… หลังจากไปถ่ายแล้ว จะทำอย่างไรล่ะทีนี้…จะเอางานที่ถ่ายมาลงบนพีซีได้อย่างไร ? แน่นอนว่ามันผ่าน USB สมัยนั้นไม่ได้ จากการสอบถามรุ่นพี่ที่รู้นั้นเค้าบอกว่า “มึงต้องแคปผ่านไฟร์ไวล์..” มันคืออะไรวะ ?????? ต้องเดินไปถามร้านคอมล่ะครับ เค้าก็บอกว่าเอาคอมน้องมา ตัวการ์ดไม่แพง ที่เอาคอมมาตเดี๋ยวใส่ให้ อ้อ..อย่าลืมเอาก้องมาด้วยล่ะ เราก็ทำตามที่เขาบอก
หลังจากร้านเค้าประกอบเสร็จ…และเสีบสายไฟร์ไวล์ (ต่อไปนี้ขอเรียกว่า FW 400) และเขาก็ลองกับโปรแกรมที่แถมมากับการ์ด (ถ้าจำไม่ผิดมันคือ Ulead อะไรสักอย่าง) ประกฎว่ามันคือการ Play เทปไปพร้อมบันทึกลง HDD หรือเรียกง่ายๆว่า แคป นั่นเอง…โอเคผมบรรลุแล้ว ถ่ายมาแล้วจะเอาลงคอมอย่างไร…แถมยังรู้มาอีกด้วยว่า EX HDD สมัยนั้นสามารถประกอบขึ้นมาแล้วใช้สาย FW400 นี่แหละ ก๊อปปี้ข้อมูลได้ด้วย ซึ่งเร็วกว่า USB มากๆ ในสมัยนั้น โครตแจ่มมากๆ ต่อไปนี้เราจะไปดูดหนังโป๊ของเพิ่ลๆได้แบบรวดเร็วแล้ว 555+
หลังจากที่แคปเสร็จแล้วเราก็จะได้ฟุจเทจของทั้งม้วนนั้นมา เป้นไฟล์ AVI ใหญ่มากๆ เป้นสิบๆ GB ซึ่งโครตใหญ่ในสมัยนั้น… หลังจากนั้นจะทำอย่างไรล่ะ… เอามาตัดๆๆ หรือเรียกสมัยนี้ว่า คัตชนๆ นั้นแหละ… ใส่เสียงใส่เพลง…เออ…สนุกว่ะ ชอบ…นั่งคลำๆไปทั้งวันทั้งคืน ถือว่า “ชอบ” เลย เหมือกับว่าเจอสิ่งที่ตัวเองชื่นชอบที่รองมาจากกินเหล้า…(555)
Adobe PR ในสมัยนั้น ถือว่าแม่งโครตกากมาก ถ้าเทียบกับสมัยนี้ มันไม่มีการพรีวิวแบบเรียลไทม์ พูดง่ายๆก็คือทำไปดูไปไม่ได้แบบสมัยนี้ เรากระทำอะไรบนไทม์ไลน์ก้แล้วแต่ ที่ทำให้เกิดแถบแดงๆนั้น สมัยนั้นต้องกด Render ก่อนทุกครั้งถึงจะดูได้….(โหดสัส) ขยับอะไรทีนึงขึ้นแถบแดง ๆๆตลอด แถมการ Render นั้น แม่งไม่ได้ไวแบบสมัยนี้ กด Render ทีนึง ต้องไปทำอะไรอย่างนึง ก่อนกลับมาทุกครั้ง… กว่าจะผลิตอะไรมาแต่ละชิ้นนั้นถือว่า โครตพยายามมากๆ…แต่ก็มีงานส่งอาจารย์ทุกๆครั้งไป จนกระทั่งเรียนจบ
อ้อ…ลืมบอกไปว่าวิทยานิพนธ์ของผมนั้น จบด้วยงาน VDO นะครับ ไม่ใช่ ราฟิค… เรียนจบแล้วก็เรียกได้ว่าแทบะไม่ได้จับงานตัดต่อไปอีกนาน…มากๆ จนกระทั่ง…..

(ติดตามต่อภาค 2)

Mr.Carabao

https://www.facebook.com/mrcarabao.upakarnitikaset?fref=photo

ใส่ความเห็น

Test BlackMagic Production Camera 4K & BlackMigic Pocket CINEMA Camera

This Video compares the New Blackmagic Production Cinema Camera with its little sister the Pocket Cinema Camera. The Winner is a hard guess…
BLACKMAGIC PRODUCTION CAMERA FIRMWARE 1.6.1
PRORES HD – 4K

BLACKMAGIC POCKET CINEMA CAMERA
HD

ใส่ความเห็น

Pana GH4 @ 96 fps.

Directed by Emmanuel Sapolsky
Anamorphic test with the GH4 at 96 fps.
Color Grading & Edit FinalCut Pro X
LUT Utility Impulz

ใส่ความเห็น

Test 4K Camera

ใครที่กำลังสนใจมองหากล้องในระดับ 4K มาใช้งาน เรามี VDO เปรียบเทียบระหว่าง Pana GH4 ที่พึ่งออกมาวางขายสดๆร้อนๆ กับ Blackmagic 4K ลองดูคุณภาพของทั้งสองตัวแล้วน่าจะตัดสินใจได้ง่ายขึ้น