ใส่ความเห็น

Editor’s talk (ตอนที่ 3) สีสันของชีวิต (1)

10428670_689755151113958_5842090074466640323_n

หลังจากที่ผู้เขียนเรียนจบ ทดลองทำโน่นนั่นนี่ ทำงานนั้นงานนี้มาสักระยะ จนกระทั่งได้เจอกับสิ่งที่ชอบจริงๆ แต่ก็รู้สึกว่าจุดที่ยืนอยู่นั้นมันยังไม่ใช่ที่สิ่งที่รู้สึกว่าใช่จริงๆ ทางผู้เขียนเองก็รู้สึกเคว้งคว้างกับชีวิตในขณะนั้น เลยเดินกลับสู้เส้นทางของอบายมุข อยู่พักนึง… จนพี่ที่ทำงานมูลนิธิโทรมาหาระหว่างที่กำลังดื่มย้อมใจนั้น พี่เค้าบอกถามว่ายังอยากทำรายการโทรทัศน์อีกรึเปล่า…? ตัวผู้เขียนตอบตกลงไปขณะเมาๆ พี่เค้าบอกว่างั้นพรุ่งนี้เดี๋ยวจะพาไปคุยกับคนๆนึง…
วันรุ่งขี้นู้เขียนเองก็ไปตามนัดแบบแฮงค์ๆเพราะเมื่อคืนจัดหนักไปหลายขนาด พี่ตนนี้เค้าพาไปแถวๆลาดพร้าว ที่ๆเค้าไปพาไปคุยนั้น ดูเหมือนเป็นโปรดักชั่นเฮาส์เล็กๆ พี่เค้าบอกว่ามาส่งแค่นี้แหละ คุยกันเองนะ… (อะไรวะ?) แฮงค์ก็แฮงค์ แถมแต่งตัวมาไม่เรียบร้อยด้วย…แถมยังโดนทิ้งอีก และแล้วผู้เขียนก็ถูกเจ้าของบริษัทเรียกเข้าไปคุย… เจ้าของสถานที่แห่งนี้เป็นสุภาพสตรีครับ เป็นพิธีกร นักจัดรายการวิทยุ (เท่าที่รู้ในตอนนั้น) ท่านถามว่าทำงานอะไรมาก่อน ผมก็เลยบอกว่าทำงานที่มูลนิธินั้น (ลืมบอกไปทางเจ้าของท่านนี้ก็เคยดิวงานกับมูลนิธินั้นด้วยครับ) ท่านก็เลยนึกออกว่าผู้เขียนผ่านงานอะไรมาบ้าง สุดท้ายก็โดนจับกรอกใบสมัครซะ แฮงค์ก็แฮงค์ แต่งตัวก้ไม่เรียบร้อยแต่โดนมาสัมภาษณ์งานซะงั้น…หลักฐานอะไรก็ไม่ได้ เตรียมมา มีแต่บัตรประชาชน แถมเรียกเงินเดือนแบบไม่ลังเลด้วย (มาแบบไม่พร้อมและไม่หวงอะไรด้วย) เขียนใบสมัครเสร็จผู้เขียนเองก้ได้สอบถามว่า”ที่นี่ทำอะไรครับ?” ผู้เขียนได้รับคำตอบว่าที่นี่นั้นได้ผลิตรายการป้อนให้ทางสถานีเคเบิ้ลทีวี แห่งหนึ่ง (ซึ่งผู้เขียนในขณะนั้นเองไม่รู้จักโทรทัศน์ดาวเทียม) และคุณเจ้าของก็บอกว่าเดี๋ยวให้ทางฝ่ายบุคคลติดต่อกลับไปนะ…ต้องรอคำตอบ จากเจ้าของอีกท่านนึง ผู้เขียนนึกในใจที่นี่มีฝ่ายบุคคลด้วยหรือ ? เห็นพนักงานอยู่ไม่กี่คน เลยรู้สึกไม่ค่อยมั่นใจอะไรสักเท่าไร (เพราะเคยมีประสบการณ์การสมัครงานแถวๆนี้ แล้วเค้ารับเข้าทำงาน แต่ต้องจ่ายค่าประกัน 25,000 บาท กอนถึงจะเข้าทำงานได้ แต่พอไปสืบแล้ว บ.แห่งนั้นไม่มีตัวตน) แต่ก็แอบหวังเล็กๆว่าจะได้งานทำ อย่างน้อยผุ้ใหญ่ท่านที่ไปคุยด้วยก็ไม่ใช่ของปลอม จนเวลาล่วงเลยไปสักระยะทางบริษัทติดต่อกลับมาว่าตกลงจะรับเข้าทำงาน กรี๊ดแทบลั่นบ้านก็เลยนัดวันที่จะไปทำงาน… วันนั้นลยดื่มฉลองซะหนักหน่วง… เชื่อหรือไม่ว่ามันเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้เสียววูปอีกรอบ…
นั่นก้คือ”เหตุการณ์ไม่สงบทางการเมือง ปี 53” ผู้เขียนเองต้องโทรไปเลื่อนการไปทำงานที่แห่งใหม่ออกไปก่อนจนกว่าจะสงบ เพราะผู้เขียนต้องเดินทางผ่านจุดที่เกิดความไม่สงบหลายจุดมาก กว่าจะไปทำงานวันแรกได้ก็ปลายเดือน พ.ค.
ผู้เขียนได้เดินทางไปทำงานวันแรก ก้ได้ทำความรู้จักกับคนในที่ทำงาน และสถานที่ทำงานแห่งใหม่… ห้องทำงานแห่งใหม่… ผู้เขียนต้องตกตะลึงกับการทำงานวันแรกอย่างมากก็คือ… ผู้เขียนต้องใช้คอมพิวเตอร์ที่เรียกว่า “Power Mac G5” พระเจ้าช่วย…ไม่เคยใช้ mac ตัดงานมาก่อน เคยได้ยินว่าเทพ แต่ไม่เคยแตะ และตัวโปรแกรมที่ใช้ก็คือ Final Cut Pro.. ซึ่งทางผู้เขียนใช้ไม่เป็น ได้สอบถามเพื่อนร่วมงานอีกคนว่า คนเก่าที่เค้าลาออกไปเค้าใช่เรื่องนี้ตัด…(สรุปกรูก้ต้องสืบทอดต่อใช่มั้ย ) ตัวไฟนอลคัตเอง มันดีอยู่อย่างนึงเปิดขึ้นมามันจะมีโปรเจคค้างเอาไว้ เราก็แค่ก๊อปปี้อะไรต่างๆนาๆที่เค้าเคยทำไว้ มาแปะๆบนโปรเจคเรา เรยกว่าลอกๆมาทั้งดุ้นแล้วดูว่ามันทำงานอย่างไร…(ซึ่งจะกล่าวในภายหลัง) ผู้เขียนได้รับมอบหมายงานที่ไม่ค่อยยากสักเท่าไร เพราะรายการเป็นแค่รายการนั่งทอร์ค ใส่ภาพอินเสิทนิดๆหน่อยๆ ก็พอเรียนรู้ได้ว่องไวขึ้น… ดันทุรังทำงานจนเสร็จก็พบ็สิ่งที่น่าตกใจอีกอย่างนึงคือ Power Mac ที่ใช้อยู่นั้นมัน Encode งานตอนเสร็จ เรียกได้ว่านานโครต…งานเบรคเดียวใช้เวลา 6-7 ชม. ซึ่งผคิดว่าอะไรวะแมคที่เขาบอกว่าดีทำไมมันทำงานนานขนาดนี้วะ (จำได้ว่าเคยเห็นที่แมตชิ่งก็ใช้) ? แถมเสร็จแล้วยังต้องเอาไปแปลงเพื่อที่จะเอาไปออกอากาศอีก ผมก็เรียนรู้อีกว่า..เคเบิ้ลทีวีเนี่ยเค้าส่งงานเป็น Mpeg2 แหะ..ไม่ใช่ม้วนเบต้าแบบฟรีทีวี แปลงเสร็จก็ไรท์ใส่แผ่นดีวีดีเอาไปส่งสถานี (เอ้อ..ง่ายดี) ผู้เขียนเองทำงานกับแมคเครื่องนั้นสองเทปก็เลิกใช้ไปด้วยเหตุที่ว่ามันทำงาน นานมาก (ขณะนั้นแมคเริ่มใช้ Intel แล้วล่ะ แต่ผู้เขียนไม่มีความรู้เรื่องแมคเลยในขณะนั้น) เลยต้องขอคอมจากพี่โปรดิวเซอร์ที่เข้าใช้อยู่มาเป็นเครื่องตัด…ถือว่า เริ่มด้นไม่สวยกับไฟนอลคัตโปรสักเท่าไร และก็ต้องกลับไปใช้ PR เหมือนเดิม…
คอมที่ผู้เขียนใช้ในขณะนั้นก้คือ CPU Core2 Duo, Ram 2 GB, HDD 500 GB การ์ดจอดีนิดหน่อย (เล่นเกมส์ Resident Evil 5 ได้ไหลลื่น) ที่นั่นมี PR CS2 ให้ลงก็เลยใช้ ความรู้สึกดีกว่าตอนใช้ CS4 มาก เพราะมันคงแครกได้ดีกว่ามั้ง ? (สมัยนั้นทางผู้เขียนไม่มีความรู้เรื่องโปรแกรมแท้โปรแกรมเทียมสักเท่าไร) ด้วยความรู้เก่าๆ สมัยทำงานโรงพิมพ์บวกกับตอนตัดละคร ก็เลยทำงานแบบฉลุยๆ ปัญหาไม่ค่อยมี…
ยังจำกันได้มั้ยครับ เรื่องการทำงานแบบสะดวกๆที่สุดของการตัดต่อด้วย PR นั่นก็คือ ยัดทุกอย่างอยู่ในโฟลเดอร์เดียวกัน จะทำงานได้ง่ายที่สุด เวลาย้ายเครื่องจะได้ไม่ลำบาก การทำงานบนพีซีของผู้เขียนในช่วงนั้นเลยค่อนข้างเรียบร้อย จัดหมดหมู่ต่างๆในคอมตัวเองอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย อะไรอยู่ตรงไหนหาเจอหมด
เรียกได้ว่าเริ่มคุ้นเคยกับการตัดต่อขึ้นมาอีกระดับหนึ่ง

และสิ่งต่อไปของการทำงานรายการโทรทัศน์ มันไม่ได้จบแค่นี้ครับ มันยังมีปัจจัยอื่นๆให้ผู้เขียนเรียนรู้อีกเยอะแยะ…(ติดตามตอนต่อไป)

Cr : MrCarabao Upakarnitikaset

ใส่ความเห็น

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: